สิ้นสุดการรอคอย vivo เปิดตัว X300 Pro และ X300 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับชิป Dimensity 9500 Octa Core (3 นาโนเมตร) ที่มีประสิทธิภาพในการประมวลผล ดีกว่าเดิมถึง 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ GPU ดีกว่าเดิมถึง 33% NPU ดีกว่าเดิมถึง 111% และกินพลังงานน้อยกว่าเดิมถึง 56% ส่วนหน่วยความจำนั้น RAM แบบ LPDDR5X ความจุ 12GB/16GB ให้เลือก และยังมาพร้อมกับชิป V3+ เป็นชิปประมวลผลในเรื่องภาพโดยเฉพาะ เอกสิทธิ์ของ vivo ที่พัฒนาเอง ส่วน ROM แบบ USF 4.1 มีตั้งแต่ 256GB, 512GB และ 1TB รวมถึงระบบกันน้ำกันฝุ่น IP68/69 รองรับ 5G (Dual nano SIM + eSIM), WiFi 7, Bluetooth 5.4, USB-C 3.2, รองรับการปลดล็อคด้วย Ultrasonic Finger Print scan บนหน้าจอ มาพร้อมระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 บน Android 16 ล่าสุด
ทีนี้มาดูสเปคที่เฉพาะของแต่ละรุ่นกัน โดยความแตกต่างอยู่ที่ หน้าจอ, กล้อง, แบตเตอรี่
X300 Pro
– หน้าจอ AMOLED 6.78″ 1260 x 2800 pixels 120Hz แสดงสีได้ 1พันล้านสี PWM dimming 2160 Hz สว่างสูงสุด 4500 nits
– บางเพียง 7.99 มม. น้ำหนัก 226 กรัม
มาพร้อมเลนส์ 3 ตัว Zeiss Optics
– 50 MP, f/1.57, 24mm (wide), 1/1.28″ sensor โดย Sony LYT-828 , 1.22µm, PDAF, OIS
– 200 MP, f/2.7, 85mm (periscope telephoto), ZEISS APO, 1/1.4″ HPB sensor พัฒนาร่วมกับ Samsung, ขนาดพิกเซล 0.56µm, multi-directional PDAF, OIS, 3.7x optical zoom, macro 2.7:1
– 50 MP, f/2.0, 15mm, 119˚ (ultrawide), 1/2.76″ sensor ใช้ ISOCELL JN1, 0.64µm, AF
– รองรับการถ่าย VDO สูงสุดถึง 8K@30fps, 4K@30/60/120fps, 1080p@30/60/120/240fps, gyro-EIS, 4K@120fps 10-bit Log, Dolby Vision HDR และยังรองรับ 4K Dual VDO record ได้ด้วย
– Flash รองรับการทำซูมแฟลชได้ทั้งระยะ 24 มม. 50 มม. 85 มม.

– รองรับ IMAGE AI Assistant มากมายหลายโหมด
– กล้องหน้า 50 MP, f/2.0, (wide), 1/2.76″, 0.64µm, AF ถ่าย VDO ได้สูงสุด 4K@30/60fps, 1080p@30/60fps
– แบตเตอรี่ BlueVolt แบบ Si/C Gen 4 ความจุ 6510 mAh ชาร์จเร็ว 90 วัตต์ ชาร์จไร้สาย 40 วัตต์ สามารถชาร์จกลับให้อุปกรณ์อื่นได้ทั้งไร้สายและผ่านสาย USB

X300
– หน้าจอ AMOLED 6.31″ 1216 x 2640 pixels 120Hz แสดงสีได้ 1พันล้านสี PWM dimming 2160 Hz สว่างสูงสุด 4500 nits
– บางเพียง 7.95 มม. น้ำหนัก 190 กรัม
มาพร้อมเลนส์ 3 ตัว Zeiss Optics
– 200 MP, f/1.7, 23mm (wide), 1/1.4″ HPB sensor ที่พัฒนาร่วมกับ Samsung, 0.56µm, PDAF, OIS
– 50 MP, f/2.6, 70mm (periscope telephoto), 1/1.95″ sensor Sony LYT-602, PDAF, OIS, 3x optical zoom
– 50 MP, f/2.0, 15mm, 119˚ (ultrawide), 1/2.76″ sensor ใช้ ISOCELL JN1, 0.64µm, AF
– รองรับการถ่าย VDO สูงสุด 4K@30/60/120fps, 1080p@30/60/120/240fps, gyro-EIS, 4K@120fps HDR
– Flash รองรับการทำซูมแฟลชได้ทั้งระยะ 24 มม. 50 มม. 85 มม.
– รองรับ IMAGE AI Assistant มากมายหลายโหมด
– กล้องหน้า 50 MP, f/2.0, (wide), 1/2.76″, 0.64µm, AF ถ่าย VDO ได้สูงสุด 4K@30/60fps, 1080p@30/60fps และยังรองรับ 4K Dual VDO record ได้ด้วย
– แบตเตอรี่ BlueVolt แบบ Si/C Gen 4 ความจุ 6040 mAh ชาร์จเร็ว 90 วัตต์ ชาร์จไร้สาย 40 วัตต์ สามารถชาร์จกลับให้อุปกรณ์อื่นได้โดยผ่านสาย USB

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง Tele Len Kits by ZEISS ที่มีชิ้นเลนมากถึง 13 ชิ้นเลน เพื่อประสิทธิภาพในการถ่ายภาพและการซูม และยังมีแบตฯในตัวกริปอีก 2300 mAh อีกด้วย ซึ่งจะทำให้ระยะซูมนั้นไปได้มากอีก 2.35x ซึ่งจะให้เราซูมภาพไปได้ถึง 1600 มม. กันเลย แต่ถ้าเป็น VDO จะซูมไปได้ถึง 800 มม. โดยจะมีจำหน่ายแยกต่างหาก ลุ้นว่าจะเข้าไทยด้วยราคาเท่าไร
โดยราคาเปิดตัวในประเทศจีนนั้น
X300 Pro
12GB/256GB – 5299 หยวน (24,149 บาท)
16GB/512GB – 5999 หยวน (27,339 บาท)
16GB/1TB – 6699 หยวน (30,529 บาท)
X300
12GB/256GB – 4399 หยวน (20,049 บาท)
12GB/512GB – 4999 หยวน (22,782 บาท)
16GB/256GB – 4699 หยวน (21,415 บาท)
16GB/512GB – 5299 หยวน (24,149 บาท)
16GB/1TB – 5999 หยวน (27,339 บาท)
ส่วนสเปคและราคาที่จะเข้าประเทศไทย ต้องอดใจรอสักนิดนะครับ คาดว่าอีกไม่กี่อาทิตย์น่าจะทราบความคืบหน้าของวันเปิดตัว สาวก vivo ที่รออยู่เตรียมตัวให้ดี เอาเครื่อง X200 หรือ X100 ไปเทรดเป็น X300 น่าจะประหยัดตังค์ไปได้เพียบ อ่อ แนะนำว่ารอซื้อเครื่องศูนย์ไทยดีกว่านะครับ สบายใจกว่าแน่นอน ทั้งตอนซื้อ ตอนรับประกัน แม้แต่ตอนเอาไปเทรด

ปีเตอร์กวง