ตามรายงานข่าวจาก Counterpoint Research สำหรับตัวเลขยอดขายในไตรมาสแรกของปี ช่วง 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2025 ที่ผ่าน รายงานสิบอันดับแรกสมาร์ทโฟนขายดีสุดทั้งโลกนั้น Apple iPhone 16 ได้เป็นอันดับ 1 ไปครองอย่างสบาย ทิ้งคู่แข่งแบรนด์อื่นไปกว่าช่วงตัว ขณะที่อันดับ 2-3-4 ก็เป็นของ Apple อีกเช่นเคย ได้แก่ iPhone 16 Pro Max, iPhone 16 Pro และ iPhone 15 ส่วน iPhone 16 Plus ก็ยอดขายน้อยสุดตามคาดแต่ก็ยังอยู่อันดับ 10 ยังติด Top 10 อยู่ แต่ถ้าถามว่าแล้ว iPhone 16e ล่ะขายไม่ดีหรอ ก็ต้องบอกว่าตัวเลขในไตรมาสแรกนั้นอาจยังไม่เยอะ เพราะ iPhone 16e กว่าจะเริ่มขายก็ปาไปปลายกุมภาพันธ์แล้ว ตัวแรกไม่เต็มไตรมาส มารอดูตัวเลขของ iPhone 16e ในไตรมาสสองเอาละกันนะครับ
ส่วนคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Samsung ก็มีรุ่นที่ติด Top 10 อยู่ด้วย 4 รุ่น โดยอันดับ 5 เป็น Galaxy A16 5G (เป็นรุ่นราคาถูก) ส่วนอันดับ 6 เป็น Galaxy A06 (เป็นรุ่นถูกสุดของ Samsung) อันดับ 7 เป็น Galaxy S25 Ultra และอันดับ 9 เป็น Galaxy A55 5G (เป็นรุ่นระดับหมื่นกลาง) ถ้าสังเกตดูแล้วจะเห็นว่าตัวที่ติดอันดับสูงของ Samsung นั้นจะเป็นรุ่นราคาถูก ส่วนตัวแพงระดับ Premium ก็ติดเข้ามาคาดรุ่นเดียวคือ Galaxy S25 Ultra ส่วนรุ่นอย่าง Galaxy Z Fold, Z Flip นั้นไม่ติดอันดับเข้ามาก็ไม่น่าแปลกเพราะตระกูลจอพับของ Samsung ตอนนี้เป็นช่วงปลายแล้วตัวเลขก็ไม่น่าเยอะ น่าจะไปปรากฏให้เห็นก็น่าจะเป็นตัวเลขในไตรมาส 3 เพราะสมาร์ทโฟนจอพับของ Samsung นั้นจะเปิดตัวในเดือนกรกฏาคมของทุกปี
ส่วน Xiaomi ก็ติดเข้ามาใน Top 10 อยู่หนึ่งรุ่นนั่นก็คือ อันดับ 8 รุ่น Redmi 14c ก็เป็นรุ่นราคาถูกที่ทำยอดขายได้เยอะ โดยเฉพาะตลาดในแถบตะวันออกกลางและในโซนอเมริกาใต้นั่นเอง
ขอวิเคราะห์สักนิดนึง ข้อสังเกตใน 10 อันดับนี้ จะเห็นว่า Apple นั้นครองอันดับยอดขายมากถึง 5 อันดับ และที่สำคัญราคาขายเฉลี่ย (Average Selling Price – ASP) นั้นสูงมากทุกรุ่นถ้าเทียบกับคู่แข่งรายอื่น อย่าง Samsung ติดเข้ามา 4 อันดับ แต่เป็นรุ่นราคาถูก 2 รุ่น รุ่นระดับกลาง 1 รุ่น และรุ่นระดับ Premium 1 รุ่น ขณะที่ Xiaomi นั้นก็เป็นรุ่นระดับราคาถูก สะท้อนให้เห็นว่าทำไม Apple ถึงยังเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ยอดขายกำไรถึงมากเหลือเกิน ทั้งๆที่ไม่ต้องมีสมาร์ทโฟนให้เยอะรุ่นมากมายเหมือนรายอื่นและไม่ต้องขายของถูกอย่างที่คู่แข่งทำ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ Brand ที่แข็งแกร่งของ Apple ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงมาได้ตลอดเกือบ 20 ปีที่ทำโทรศัพท์มือถือมาแล้ว อย่างไรก็แล้วแต่ Apple ก็ขยับที่จะไม่มองข้ามจุดอ่อนของตัวเองและพยายามพัฒนาพอร์ตโฟลิโอสินค้าของตัวเองแล้ว อย่างที่เราได้เห็นการมาของ iPhone 16e รุ่นเล็ก (แต่ราคาไม่เล็ก) ถึงแม้คอนเซ็ปต์นี้ก็คือการแทนที่ iPhone SE เดิมก็ตามแต่ก็ปรับปรุงให้สเปคดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของขนาดหน้าจอ ส่วนที่จะตามมาเร็วๆนี้ก็มีอย่างการตัด iPhone รุ่น Plus ออกแล้วปรับเป็น iPhone 17 Air ที่คาดว่ากำลังจะเปิดตัวในกลุ่ม iPhone 17 series เดือนกันยายนนี้ รวมถึง iPhone Fold หรือ iPhone จอพับที่หวังว่าจะเปิดตัวในปีหน้าตามข่าวที่หลุดออกมา
สงครามสมาร์ทโฟนยังคุกรุ่นกันต่อท่ามกลางความวุ่นวายในเรื่องของสงครามการค้าที่สหรัฐจุดไฟขึ้นมาอย่างที่ไม่ควรเป็น ซึ่งคนที่น่าจะลำบากที่สุดก็คงไม่พ้น Apple เพราะการขึ้นภาษีนำเข้าในตลาดบ้านตัวเองนำมาด้วยความกดดันให้ต้องย้ายฐานการผลิตมาที่สหรัฐ ดูแล้วไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง และอาจสร้างความไม่สมดุลให้กับ Apple เองในการทำตลาดการวางราคาขายสำหรับสินค้าของ Apple ในตลาดทั่วโลก ห้ามกระพริบตาเด็ดขาด แล้วเรามาดูกันต่อว่าเกมนี้ใครจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพร้ำใครจะเป็นฝ่ายได้เปรียบกับความวุ่นวายของสงครามการค้านี้…
ปีเตอร์กวง ☺️
Source : Counterpoint Research





