ไม่นานมานี้ Nothing ได้ประกาศว่าสมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปที่หลายๆคนรอคอย นั่นคือ “Phone (3)” ที่กําลังจะเปิดตัวในวันที่ 1 ก.ค. นี้หลังจากห่างหายจากรุ่นเดิมอย่าง “Phone (2)” มาหลายปีอยู่ ซึ่ง Phone (3) นี้ทาง Nothing ได้เผยกิมมิคออกมาแล้วว่า จะไม่มีไฟ Glyph LEDs ที่ด้านหลังแล้ว ซึ่งเจ้าไฟ Glyph นั้นเป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ Nothing ตั้งแต่กำเนิดสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของบริษัทเลย และล่าสุด Nothing ก็ได้เผยไต๋อีกว่า เจ้าไฟ Glyph ที่หายไปจะถูกแทนที่ด้วย “Glyph Matrix” ซึ่งจะเป็นจอแบบ mini LED ที่เป็นจอแสดงผลแบบดอทเมทริกซ์ทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ติดตั้งอยู่บนมุมขวาบนของด้านหลังเครื่อง คาดว่าจะเอาไว้ใช้แสดงสถานะต่างๆ อย่างสายโทรเข้า ข้อความเข้าและอื่นๆ มากมาย โดย Glyph Matrix จะแสดงเป็นสัญลักษณ์ไอคอนที่มีลูกเล่นต่างๆกันไป และจะกลายเป็นกิมมิคใหม่ของ Nothing Phone (3) นี้

อย่างที่คุณเห็นในวิดีโอทีเซอร์ที่ Nothing ปล่อยออกมาบนแพลตฟอร์ม X จะแสดงการแสดงภาพไอคอนซึ่งเป็นกิมมิคของเจ้าจอ Glyph Matrix ให้เห็น ส่วนกล้องนั้นน่าจะอยู่ตำแหน่งค่อนมาทางบนซ้ายของเครื่อง และแน่นอนก็น่าจะมาในแบบกล้อง 3 เลนส์ดังเช่นที่เปิดตัวไปกับ Nothing Phone (3a) แต่จะเป็นกล้องความละเอียดขนาดไหนอย่างไร ต้องมาลุ้นกันในเร็วๆนี้ แต่บอกได้เลยว่าภาพที่หลุดมาก่อนหน้านี้ ไม่ต้องกับดีไซน์จริงๆ ที่จะออกมาเลย งานนี้มีการสับขาหลอกกันทั้งโลก (แอบไปเห็นมาแล้ว)
ส่วน Chipset ของ Nothing Phone (3) นั้นค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจะเป็น Snapdragon 8s Gen 4 ของ Qualcomm ซึ่งต้องบอกว่า Performance นั้นจะต่ำกว่า Snapdragon 8 Elite อยู่ระดับหนึ่ง
จากข้อมูลของเว็บไซต์ Nano Review ได้เปรียบเทียบไว้ในความแตกต่างของ Chipset ทั้งสองรุ่นดังภาพ


ซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้เหล่าสาวก Nothing Phone แอบผิดหวังกันไปเล็กน้อย เพราะว่า Nothing ไม่ได้เลือกใช้ Chipset ตัวท็อปสุด แต่ Snapdragon 8s Gen 4 ก็ถือว่าเป็น Chipset ระดับสูงตัวใหม่ล่าสุดของตลาดเลยทีเดียว โดย Nothing Phone (3) น่าจะมาพร้อมกับ Nothing OS 3.0 และ Android 15 คาดว่าจะได้รับอัปเกรดต่อเนื่อง 5 ปี และอัปเดตความปลอดภัย 7 ปี กันไปเลย
นอกจากนี้ทาง Nothing ยังเตรียมที่จะเปิดตัวหูฟังใหม่ที่ชื่อ “headphone (1)” พร้อมกันในวันที่ 1 ก.ค.นี้ด้วย โดยจะมีดีไซน์แบบเป็นหูฟัง Bluetooth คุณภาพสูงสไตล์แบบครอบหัว ส่วนใหญ่ที่ผ่านมา Nothing จะออกแบบหูฟังเป็นแบบ In-Ear เสียมากกว่า คราวนี้หันมาเอาใจวัยโจ๋กันบ้าง ดีไซน์ก็เป็นสไตล์ของ Nothing เลยแถมออก Retro นิดๆ เสียงจะเจ๋งจะดีแค่ไหน ต้องมาติดตามอีกไม่นานแล้ว คาดว่าจะมาขายในไทยด้วยแน่นอน










