Nothing จัดงานเปิดตัวกลางกรุงลอนดอน โดยบรรยากาศก็เป็นแบบฮิปๆ หน่อย ส่วนการถ่ายทอดสด (แห้ง) ก็เป็นทาง CEO ของ Nothing ก็คือคุณ Carl Pei ก็ออกมาเล่าในแนวพูดคุยกับทีมงาน รวมถึงการเล่าที่มาที่ไปของการพัฒนาออกแบบของ Nothing Phone (3) และ Headphone (1) กันแบบเจาะลึก แต่โดยรวมๆ ไม่ยืดยื้อก็จบลงพร้อมประกาศวันจองและวันขายวันแรกพร้อมราคาในอังกฤษ ยุโรป และอเมริกา


Nothing Phone (3)

มาในดีไซน์ตามแบบฉบับของ Nothing ตามภาพที่หลุดมาล่าสุดเป๊ะๆ ซึ่งในรอบนี้ได้ตัดไฟ Glyph ออกไปแล้วใส่ Glyph Toys ที่เป็นแบบเป็นจอ LCD ทรงกลมเข้าไปแทน และสามารถแสดงภาพต่างๆเป็นกิมมิคได้มากมาย โดย Nothing กล่าวว่านี่เป็น “Micro Experience” ใหม่สำหรับผู้ใช้แล้วแต่เราจะตั้งได้เช่น Glyph Mirror, Solar Clock, Stopwatch, Battery Indicator หรือเป็นเกมส์เล็กๆ เช่น เกมส์หมุนขวดเพื่อหาว่าใครจะโชคดีในการเสี่ยงทาย, เกมส์เป่ายิงฉุบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Glyph อยู่ด้านหลังเครื่องเพื่อใช้ในการเปลี่ยนโหมดของ Glyph ได้โดยตรง

Nothing Phone (3) มาพร้อมกับ Chipset Qualcomm Snapdragon 8s Gen 4 ตามข่าวลือก่อนหน้านี้เลย โดยมาพร้อมกับ RAM/ROM ให้เลือกจะเป็น 12GB+256GB หรือ 16GB+512GB ก็ได้ หน้าจอขนาด 6.67″ AMOLED 1260×1800 pixel 10bits color แสดงสีได้ 1พันล้านสี สว่างสูงสุด 4500 nits ด้านหลังเป็นกล้อง 50MP ทั้งสามเลนส์เลย รวมถึงกล้องหน้า Selfie ก็ 50MP เช่นกัน ไปดูรายละเอียดกันสักนิด

-
50 MP OIS Main Camera 1/1.3″ sensor, 24 mm, ƒ/1.68 aperture
-
50 MP Periscope OIS Camera 1/2.75” sensor, 70 mm, 3x optical zoom, 6x lossless zoom, 60x ultra zoom, Macro mode
-
50 MP Ultra-wide Camera 1/2.76″ sensor, 15 mm focal length, 114° field of view
-
50 MP Front Camera 1/2.76″ sensor, 24 mm focal length, 81.2° field of view

มาพร้อมกับ IP68 กันน้ำกันฝุ่น แบตเตอรี่ Si/C 5,150 mAh ชาร์จเร็ว 65 Watt ชาร์จไร้สาย 15 Watt รองรับ WiFi 7, Bluetooth 6.0 มากับ Nothing OS 3.5 Android 15 พร้อมกับรองรับอัพเดต Firmware ได้ 5 ปี และอัพเดต security patch 7 ปี สนน ราคาเปิดมา 799 ปอน์ด/ยูโร/เหรียญ สำหรับ 12GB+256GB และ 899 ปอน์ด/ยูโร/เหรียญ สำหรับ 16GB+512GB เชื่อว่าราคาไทยน่าจะถูกกว่ายุโรป ให้เดาก็น่าจะอยู่ในช่วง 25,900-29,900 บาท รอสักไม่กี่อาทิตย์ก็น่าจะเปิดตัวที่เมืองไทย อดใจรอกันสักนิดนะครับ โดยในยุโรป อเมริกา และอีกหลายประเทศ จะเริ่มเปิด Pre-Order 4 ก.ค. และส่งมอบวันแรก 12 ก.ค. ส่วนวันขายปกติทั่วไปจะเริ่ม 15 ก.ค.

Nothing Headphone (1)
หูฟังไร้สายบลูทูธ แบบดีเจสไตล์ ก็เปิดตัวเสียทีสำหรับ Nothing Headphone (1) ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่หูฟัง Nothing และ CMF จะเป็นสไตล์ In-Ear และ Open-Ear ตอนนี้ก็ได้ทำในสไตล์แบบคลอบหัวแล้ว โดยหูฟังนี้มีการ Co-Desing และพัฒนาในด้านเสียงร่วมกับ KEF ที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าจะมีการทำงานร่วมกัน ในที่สุดก็เผยโฉมเป็นผลิตภัณฑ์ในที่สุด โดยรองรับ Codec แบบทั้ง AAC (สำหรับใช้กับ iPhone) และ LDAC (สำหรับใช้กับ Android phone บางรุ่น) ซึ่งจะทำให้คุณภาพเสียงระดับ HiRes กันเลยทีเดียว ย่านความถี่ของเสียงที่รองรับอยู่ที่ 20Hz – 40kHz ส่วนตัวหูฟังมีแบตฯ 1040 mAh สามารถฟังได้นานที่สุด 80 ชั่วโมงโดยไม่เปิด ANC (Active Noice Cancelling การตัดเสียงรบกวน) และฟังได้นานที่สุด 30 ชั่วโมงถ้าเปิด ANC

มาพร้อมกับไมโครโฟน 6 ตัว (ข้างละ 3) เพื่อใช้ในการตัดเสียงรบกวน รองรับ Bluetooth Ver. 5.3 กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP52 โดยตัวหูฟังจะดีไซน์แบบ มีสวิทช์ ปิด-เปิด และมีปุ่มแบบ Roller และ Paddle เพื่อใช้ในการควบคุมต่างๆ ซึ่งน่าจะทำให้การสั่งการดูง่ายยิ่งขึ้น ชาร์จไฟได้เต็มในเวลา 2 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วน 5 นาทีเอาไปฟังต่อได้อีก 2 ชั่วโมง สนน ราคาเปิดตัว 299 ปอน์ด/ยูโร/เหรียญ ส่วนราคาไทยผมคาดว่าไม่น่าเกิน 9,000 บาท (ดูสิว่าจะทายถูกไหม) อดใจรอกันสักนิดนะในบ้านเราก็น่าจะเปิดตัวพร้อมกับ Nothing Phone (3) อย่างแน่นอน







