Home / Review / รีวิว Baseus Bass BP1 Pro In-Ear True Wireless Earbuds ชัดทุกโน้ตตัดทุกนอยส์ ราคาหลักร้อยเบสแน่น มาพร้อม ANC ตัดเสียงรบกวนถึง -50dB รองรับ HiRes Audio แบตฯอึดมาก คุ้มสุดๆ

รีวิว Baseus Bass BP1 Pro In-Ear True Wireless Earbuds ชัดทุกโน้ตตัดทุกนอยส์ ราคาหลักร้อยเบสแน่น มาพร้อม ANC ตัดเสียงรบกวนถึง -50dB รองรับ HiRes Audio แบตฯอึดมาก คุ้มสุดๆ

  • แกะกล่องและดีไซน์

    • แกะกล่อง (Unboxing): แกะกล่องออกมาก็มีของครบตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น คู่มือ สติ๊กเกอร์มาสคอตของ Baseus น้อง Leo, สายชาร์จ USB-C ความยาวประมาณ 30 ซม. และจุกหูเปลี่ยนครบไซส์ แต่สำหรับผมใช้ไซส์ที่ติดมาจากโรงงานฟิตพอดีหูเลย

    • ดีไซน์และวัสดุ (Design & Material):

      • การออกแบบในรุ่นนี้จะแตกต่างจากรุ่นก่อนๆ ของ Baseus เป็นพิมพ์นิยมที่ผมชอบนะ เรียบหรูมีสไตล์ ตัวกล่องชาร์จฝาเปิดปิดคลุมมาถึงกลางตัวกล่องด้านหน้า ทำให้ง่ายในการเปิดใช้ และหยิบหูฟังออกมาได้อย่างสะดวก แถมยังมีระบบแม่เหล็กยึดมั่นคงไม่หลุดง่าย เวลาใส่กลับเข้าไปก็สะดวกเพราะแม่เหล็กดูดติดกลับเข้าไปอย่างง่ายดาย ตัววัสดุก็ถือว่าเกรดดีมาก มาด้วยกันสามสี ขาว (Moon White)ฟ้า (Galaxy Blue) และ ดำ (Cosmic Black) โดยสีขาวและสีฟ้าจะเป็นผิวเงาสวยงาม ส่วนสีดำก็จะเป็นผิวด้าน

      • ตัวหูฟังเองก็มีน้ำหนักเบา โดยรวมกับกล่องชาร์จน้ำหนักเพียง 53 กรัม ส่วนตัวหูฟังน้ำหนักเพียงข้างละ 4.1 กรัมเป็นแบบ In-Ear เวลาใส่เข้าหูแล้วจะฟิตเข้ากับรูหูกระชับพอดีด้วยความหนืดของจุกซิลิโคน ใส่แล้วลงตัวไม่รู้สึกเจ็บหรืออึดอัดหูแต่อย่างใด ข้อดีของหูฟังแบบนี้คือจะช่วยให้เราได้เสพอรรถรสของเสียงได้อย่างเต็มคุณภาพ โดยเฉพาะการมีฟีเจอร์ ANC (Anti Noise Cancellation) นั้นจะทำได้ดีที่สุดกับหูฟังสไตล์ In-Ear นี้ แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบสไตล์นี้ก็อาจต้องมองหาแบบ On-Ear แทน ยังไงก็อยากให้ลองนะครับ คุณอาจจะเปลี่ยนใจก็เป็นได้

    • ฟีเจอร์เด่น

      • คุณภาพเสียง (Sound Quality):

        • ก่อนอื่นแนะนำว่าใครที่ซื้อไปใช้นั้น ต้องดาวน์โหลดแอพ “Baseus” ลงในเครื่องด้วยนะครับ เพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะเราจะสามารถที่จะปรับการตั้งค่าต่างๆได้อย่างที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเซทค่าเสียง EQ (Equalizer) แบบสำเร็จรูปและแบบตามที่ต้องการ การเพิ่มเสียงเบส (Bass Boost) การตั้งค่าระบบ LDAC (HiRes Audio) การตั้งค่าโหมดความหน่วงต่ำ การตั้งคำสั่งนิ้ว รวมถึงการเซทหูฟังให้จับคู่กับสมาร์ทโฟน 2 เครื่องพร้อมกัน (ยกเว้นแต่ว่าถ้าเราเปิดโหมด LDAC จะทำการจับคู่สมาร์ทโฟนได้ทีละเครื่อง) การทดสอบของผมนั้นทำการทดสอบการฟังเพลงผ่านทั้งเครื่อง Smartphone Android อย่าง Samsung Galaxy S23 Ultra ที่รองรับ Bluetooth Codec ทั้งแบบ AAC, LDAC เพื่อให้ได้เสียงในระดับ HiRes Audio ตามสเปคที่หูฟังรุ่นนี้ทำได้ เพื่อให้การทดสอบนั้นชัดเจนโดยฟังเพลงผ่าน App ฟังเพลงสตรีมมิ่งอย่าง Tidal ที่ให้คุณภาพของเพลงในระดับสูงสุดที่ไม่สูญเสียคุณภาพไม่ถูกบีบอัด (lossless) เพื่อคุณภาพเสียงระดับ HiRes Audio ผ่าน LDAC codec หรือจะเป็น YouTube Music ที่ปัจจุบันคนนิยมชมชอบฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่งผ่านทาง YouTube แพลตฟอร์มกันมากมาย ซึ่ง YouTube Music จะให้คุณภาพเสียงในระดับ AAC codec รวมถึงการชมภาพยนตร์ผ่านทาง Netflix ซึ่งก็เป็นแหล่งยอดนิยมของคนไทย และผมทำการทดสอบร่วมกับ iPhone 14 Pro Max ด้วยเช่นกัน แต่ไอโฟนจะรองรับเพียง AAC codec เท่านั้นแม้จะเป็นรุ่นล่าสุดอย่าง iPhone 16 Pro ก็ตาม เพราะ Apple นั้นยึดมั่นอยู่กับ AAC codec ของตัวเองเป็นหลักเท่านั้น แต่ถ้าอยากได้ LDAC codec สำหรับเสียงแบบ HiRes Audio ก็แนะนำว่าให้ไปเลือก Android Smartphone นะครับ ลองเช็คสเปคก่อนตัดสินใจอีกที เพราะว่าไม่ใช่ Android Smartphone ทุกตัวจะรองรับ LDAC เสมอไปนะครับ คือถ้านำไปใช้กับ Smartphone ที่ไม่รองรับ LDAC ผู้ใช้ก็จะยังได้คุณภาพเสียงที่ดีเช่นกันโดยผ่าน AAC codec ซึ่งก็ถือว่าเยี่ยมเช่นกัน

        • หลังจากทดสอบกับการฟังเพลงในหลายหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น Pop, Rock, Acoustic, Classical, Hip-Hop เพลงเก่า เพลงใหม่ ต้องยอมรับว่าหูฟัง Baseus BP1 Pro ทำออกมาได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นย่านความถี่เสียงใดๆ ล้วนแล้วแต่มาครบ ตามสเปครองรับย่านความถี่ตั้งแต่ 20Hz ถึง 40kHz กันเลยถือว่าทำได้กว้างมากในราคาระดับนี้ ส่วนตัวแล้วผมมักจะไม่ปรับ equalizer ของย่านเสียงเท่าไร ก็คือเลือกฟังแบบมาตรฐานที่เซทมาจากโรงงานเลย พูดง่ายๆก็เหมือนแบบ Flat เพื่อดูว่าหูฟังนั้นให้คุณภาพเสียงมาอย่างครบถ้วนตามต้นฉบับของเพลงหรือไม่ สำหรับคุณภาพที่ได้ไม่ว่าจะเป็นย่านเสียงกลางสำหรับเสียงร้องก็ทำได้ดีมาก ย่านเสียงต่ำสำหรับเสียงเบสเสียงกลองก็หนักแน่นเป็นธรรมชาติ และย่านเสียงสูงก็ไม่หลบหายไปไหน เวลาฟังเพลงร็อคก็ให้ความรู้สึกที่หนักแน่นแต่เสียงร้องก็ยังมา เวลาฟังเพลงป๊อบก็ได้ความสนุกสนานในทุกย่านเสียง ฟังเพลงอคูสติคก็ให้เสียงกีตาร์หรือเปียโนได้อย่างไพเราะเสนาะหู หรือจะเป็นการฟังเพลง Classic สมัยใหม่ที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตร้าก็ยังได้ยินรายละเอียดของเสียงจากทุกเครื่องดนตรีได้อย่างฟินใจไม่ว่าจะเป็นเสียงจากเครื่องสีอย่าง ไวโอลิน เชลโล่ เสียงจากเครื่องเป่าอย่าง ฟลุ้ต เสียงจากฉาบ เสียงเปียโน เสียงกลองใหญ่ และเสียงร้องนำจนไปถึงเสียงคอร์รัส ถือว่าให้คุณภาพเสียงได้ดีมาก ซึ่งอันนี้คือไคล์แม็กซ์ของผมเลย ฟังแล้วบอกได้เลยว่าฟินจนต้องบอกว่าคุ้มกว่าไปซื้อหูฟังแพงๆเสียอีก ด้วยราคาค่าตัวไม่ถึงพัน น่าทึ่งจริงๆ!!

        • ส่วนการทดสอบกับการชมภาพยนตร์ก็ทำได้ดีไม่แพ้การฟังเพลง ทดสอบกับการชมหนังจาก Netflix เรื่อง Mission Impossible คุณภาพเสียงที่ได้ในการดูหนังเสียงก็มาได้อย่างถูกต้องจากซ้ายไปขวา เซอร์ราวด์ได้รอบตัวตามต้นฉบับ หรือจะเป็นเสียงสนทนาก็ชัดเจน ฉากแอคชั่นก็เก็บคุณภาพเสียงได้อย่างสนุกตื่นเต้นสนุกได้อย่างเป็นส่วนตัวกับสมาร์ทโฟนหรือจะเป็นแท็บเลตก็ชัดเจนแจ่มทุกฉาก

      • ระบบตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation – ANC):

        • ระบบเสียงของ Baseus BP1 Pro ทำได้สามโหมด คือโหมดตัดเสียงรบกวน (ANC) โหมดแบบสามารถได้ยินเสียงรอบตัว (Transparency) และ โหมดปกติ

        • โดยโหมดตัดเสียงรบกวน (ANC) นั้นครั้งแรกที่ใส่เข้าหูปุ๊บมาเลยความเงียบ เงียบกริบ ระบบตัดเสียงรบกวนทำได้ดีมาก ตามสเปคคือตัดได้ 50 เดซิเบล ถือว่าทำได้ดีมาก ความสงบมาเลยแม้ยังไม่ต้องเปิดเพลง พอเปิดเพลงแล้วเสมือนพาเราเข้าไปสู่โลกส่วนตัวกับดนตรีที่เราชอบในทันทีเหมือนฟังเพลงในห้องส่วนตัวคนเดียวโดยไม่มีใครอยู่รอบๆตัวเรา แต่จริงๆ ผมนี่นั่งอยู่ร้านฟาสต์ฟู้ดที่มีเสียงพนักงานขานเรียกลูกค้ามารับอาหาร โต๊ะรอบๆตัวเราก็มีผู้คนสนทนากันอย่างออกรสชาด แต่เราก็ยังดื่มด่ำเสียงเพลงของเราอย่างเป็นส่วนตัวไม่แคร์ใคร

        • โหมดได้ยินเสียงรอบตัว (Transparency) นั้นก็ทำได้ดี เพราะหูฟังรุ่นนี้มีไมค์รอบตัวถึง 6 ตัว (ข้างละ 3 ตัว) จะทำหน้าที่ในการรับเสียงรอบข้างเพื่อฟีดให้เราได้ยินเบาๆ อย่างเหมาะสมและไม่รบกวนการฟังเพลงหลักของเรา แต่ถ้าเราเปิดเพลงดังเกินไปก็แน่นอนว่าจะไม่ค่อยได้ยินเสียงรอบตัวนะฮะ อันนี้ก็ต้องเข้าใจด้วย

        • โหมดปกติก็ทำงานเหมือนหูฟัง Bluetooth ทั่วไปก็จะได้ยินเสียงรอบตัวไปตามเสียงที่อาจจะหลุดเข้ามาทางหูฟัง การฟังเพลงก็ได้อรรถรสเต็ม

      • แบตเตอรี่ (Battery Life):

        • จากตัวเลขที่มาจากผู้ผลิต ก็คือ ถ้าเปิด ANC จะฟังได้นาน 7 ชั่วโมง ถ้าใช้ไปชาร์จไปกับเคสชาร์จก็ได้ 36 ชั่วโมง ถ้าปิด ANC จะฟังได้ 12 ชั่วโมง ถ้าใช้ไปชาร์จไปก็ได้ 55 ชั่วโมงกันเลย

        • จากการใช้งานจริงๆ มาร่วมอาทิตย์ ก็ต้องบอกว่าใกล้เคียงครับ อย่างผมเปิด ANC เนี่ยฟังอยู่ได้ร่วม 5-6 ชั่วโมงเลย อยู่ที่ว่าการฟังแต่ละครั้งเราเปิดความดังขนาดไหนด้วยนะครับ ต้องบอกว่าแบตเตอรี่นี่อึดมาก แถมกล่องชาร์จเองก็ช่วยชาร์จให้กลับมามีแบตฯได้อีกหลายรอบอยู่ประมาณ 4-5 รอบเลย ชาร์จทีอยู่ได้แทบทั้งอาทิตย์เลย

        • การชาร์จก็ทำได้ผ่าน USB-C ใช้เวลาชาร์จไม่นาน ถ้าแบตหมดจริงๆ ก็ชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าเราใช้ๆกันในแบบปกติว่างก็ชาร์จบ้างไม่ถึงชั่วโมงก็เต็มแล้ว แต่ตัวนี้ไม่รองรับการชาร์จแบบไร้สายนะครับ ส่วนตัวชอบชาร์จตรงผ่านสายมากกว่าเพราะมันเร็วกว่าอยู่แล้ว

        • นอกจากนั้นยังมีโหมดชาร์จเร็วถ้าเกิดแบตหูฟังหมด เอากลับเข้ากล่องชาร์จ เพียง 10 นาทีเราจะสามารถฟังต่อได้อีกถึง 2 ชั่วโมงครึ่งเลยครับ อันนี้ดีมากสำหรับเวลาฉุกเฉินใช้หูฟังสนทนาจนแบตหมดแล้วอยากฟังเพลงต่อหลังเสร็จงานก็เอาไปชาร์จแค่ 10 นาทีก็ได้กลับมาฟังเพลงอย่างต้องการแล้ว

      • ไมโครโฟนสำหรับการโทร (Call Quality):

        • การใช้หูฟัง Baseus BP1 Pro ในการสนทนาก็ถือว่าทำได้ดี มีตัดเสียงรบกวนรอบตัวเราด้วยทำให้คู่สนทนาสามารถได้ยินเสียงของเราได้อย่างชัดเจนและเราก็ได้ยินเสียงคู่สนทนาได้อย่างชัดเจนเช่นกันเพราะรุ่นนี้มาพร้อมกับไมค์ถึง 6 ตัว เปิด-ปิดโหมด ANC ได้ง่ายๆ เพื่อตัดเสียงรบกวนรอบข้าง หมดห่วงเรื่องเสียงแทรกขณะใช้งาน จะใช้โทรสนทนาหรือประชุมสายก็ทำได้อย่างมั่นใจ

        • ส่วนเวลาใช้ในทุกสาธารณะก็อาจต้องปรับเสียงให้ดังขึ้นนิดนึงเพื่อให้ได้ยินอย่างชัดเจนขึ้น แต่ก็ที่อยู่กับสภาพเสียงรอบตัวของเราด้วย

      • การเชื่อมต่อ (Connectivity):

        • หูฟังตัวนี้มาพร้อมกับ Bluetooth V.6.0 เวอร์ชันล่าสุดของอุตสาหกรรมเลย หมดห่วงสำหรับการใช้งานในระยะยาว หรือจะใช้กับสมาร์ทโฟนยี่ห้อใดๆก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี

        • การใช้งานก็เสถียรเป็นอย่างดีในการต่อเชื่อม ไม่มีปัญหาสัญญาณหลุดมากวนใจ

        • นอกจากนี้เรายังสั่งการการเปลี่ยนโหมดจาก ANC ไปเป็น Transparency Mode ได้อย่างง่ายๆ แบบ Intuitive Touch Control เพียงกดค้างตรงหูฟังเบาๆ (ตรงวงกลมที่ก้านหูฟัง) หรือจะปรับระดับเสียงให้ดังค่อย หรือจะควบคุมการเล่น หยุดชั่วคราว เดินหน้าไปเพลงต่อไป หรือกดรับสาย สามารถสั่งการได้โดยตรงเพียงการสัมผัสที่หูฟัง ซึ่งเราสามารถตั้งค่าคำสั่งเหล่านี้ได้เองหมดว่าจะใช้การสั่งการด้วยการแตะหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง ให้หูฟังทำอะไรได้ในแอพ Baseus ครับ แอพเดียวควบคุมจัดการได้อย่างครบครั้นเลย ติดนิดเดียวคือหูฟังไม่สามารถตรวจตับ เวลาเราถอดหูฟังออก จะดีมากถ้าหูฟังจะหยุดเล่นเพลง หรือหยุดเล่นหนังตอนที่เราถอดหูฟังข้างใดข้างหนึ่งออก แล้วเล่นต่อเมื่อใส่หูฟังกลับเข้าไป ถ้ามีสิ่งนี้จะเพอร์เฟคเลย

      • รองรับการกันน้ำกันฝุ่น

        • Baseus Bass BP1 Pro ยังรองรับการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP55 อีกด้วย เหมาะสำหรับสายแอคทีฟ สามารถพกหูฟังรุ่นนี้ไปออกกำลังกายได้สบายไม่ต้องกังวลเรื่องเหงื่อระหว่างออกกำลังกาย หรือใส่ออกไปข้างนอกบ้านแล้วเจอฝนก็ไม่หวั่น อันนี้จัดว่าเยี่ยมครับถือว่าเกินคุ้มเลย

    • บทสรุป (Conclusion)

      • จากการทดสอบต้องบอกว่า Baseus Bass BP1 Pro นี้ให้คุณภาพเสียงเกินราคาจริงๆ สมกับคำโปรยที่ว่า #ชัดทุกโน้ตตัดทุกนอยส์ จริงๆ ราคาหลักร้อยแต่เสียงชัดลึกแน่น ชอบมากครับ มันเกินความคาดหมายไปมาก ยิ่งระบบตัดเสียงรบกวน ANC ที่ตัดเสียงรอบตัวไปถึง -50dB ทำให้อรรถรสการฟังเพลงนั้นบันเทิงรื่นรมย์ใจจริงๆ แต่ต้องบอกว่าผมชอบการฟังเพลงหูฟัง Baseus Bass BP1 Pro กับ Samsung Galaxy S23 Ultra มากกว่าการจับคู่ฟังกับ iPhone 14 Pro Max เหตุคงเป็นเพราะว่า Samsung นั้นรองรับ LDAC Codec จับคู่กับแอพฟังเพลง Tidal ที่ให้คุณภาพเสียงระดับ Lossless แล้วคุณภาพเสียงของ HiRes Audio ที่ออกจากหูฟัง Baseus Bass BP1 Pro มันให้เสียงที่กว้างและลึกกว่า การฟังกับ iPhone นั่นเอง อันนี้คงต้องแล้วแต่เทสต์ของแต่ละคนด้วยนะ แต่สำหรับผมแล้ว HiRes Audio ผ่าน LDAC มันสุดกว่า

      • หูฟังรุ่นนี้เหมาะกับใครบ้าง เอาจริงๆนะ ก็เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน วัยผู้ใหญ่ ที่กำลังมองหาหูฟังที่ใช้ทั้งทำงาน คุยสาย ประชุมสาย conference call ไม่ว่าจะผ่านแอพฯใด (Line call, Google meets, Microsoft team, Zoom ก็ไม่ใช่ปัญหา) หรือจะใช้ฟังเพลงเพื่อผ่อนคลาย ใช้เล่นเกมส์ยามว่างก็ตอบโจทย์ได้เช่นกัน หรือใช้เป็นเพื่อนฟังเพลงในขณะเดินทางบนเครื่องบินก็ช่วยตัดเสียงรบกวนได้อย่างสงบใจไม่เป็นปัญหา ใส่นานๆก็ไม่รำคาญ ไม่เจ็บหู ด้วยราคาที่สบายกระเป๋า แบงค์ใบเทามีทอน ไม่ต้องไปไล่จับรุ่นไฮเอนด์แพงๆ เหมือนที่คนอื่นเขาใช้กันก็ได้ ลองดูแล้วคุณจะชอบว่าคุณภาพเสียงก็ดีไม่ใช่เล่นคุ้มค่ามากๆ

      • ราคาเปิดตัวมาที่ 899 บาท เอาเรื่องน่าดูนะราคานี้ ชัดทุกโน้ตตัดทุกนอยส์ เสียงดีเบสแน่นระดับ Hi-Res Audio มีระบบ ANC ตัดเสียงรบกวนได้ถึง -50dB ในราคาหลักร้อย หาซื้อได้แล้วผ่านตัวแทนจำหน่ายของ Baseus ทั่วประเทศ หรือช่องทาง Online ก็มีครบ รับประกันนานถึง 18 เดือน ถ้ามีปัญหาทาง Baseus เปลี่ยนตัวใหม่ให้ทันที โดยการเคลมสินค้าในประกันก็สะดวกเพียงผ่านตัวแทนจำหน่ายที่คุณซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็นตัวแทนร้านค้าหรือทางร้านออนไลน์ก็ได้เช่นกัน

ปิดเสียงโลกวุ่นวาย เลือกฟังแต่เพลงโปรด ให้เสียงชัดใสระดับ Hi-Res 🎶 จาก BP1 Pro เหมือนยกสตูดิโอมาวางไว้ข้างตัว

มีจำหน่ายแล้วกับตัวแทนจำหน่าย Baseus ทั่วประเทศ และตัวแทนจำหน่ายทาง Online เข้าไปกดช้อปใส่ตะกร้ากันได้เลย

SHOPEE

LAZADA

TIKTOK

#BaseusBassBP1Pro #ชัดทุกโน้ตตัดทุกนอยส์ #เบซุส

ปีเตอร์กวง

Tagged:

Sign Up For Daily Newsletter

Stay updated with our weekly newsletter. Subscribe now to never miss an update!

[mc4wp_form]