งาน Galaxy Unpacked กลางปีของ Samsung มุ่งเน้นไปที่สมาร์ทโฟนกลุ่มจอพับระดับพรีเมี่ยมของบริษัท ขณะเดียวกันก็เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ใหม่ด้วย ในปีนี้ Samsung Galaxy Z Fold7, Z Flip7 และ Z Flip7 FE จากตระกูลจอพับได้ และ Galaxy Watch8, Watch8 Classic และ Watch8 Ultra สมาร์ทวอทช์ใหม่เปิดตัวกันให้หายคิดถึง และจบงานโดยไม่มีเซอร์ไพรซ์ทั้ง Galaxy G Fold, Galaxy Glass ทำให้แอบผิดหวังกันไปนิดนึง นึกว่าจะมีของเด็ดมาสร้างเซอร์ไพรซ์ จะว่าไป Galaxy Z Fold และ Galaxy Z Flip ก็กำเนิดมานานหลายปีแล้วนะ ตั้งแต่ปี 2019 จนวันนี้ก็เป็น Gen ที่ 7 ไปแล้ว ซึ่งถือว่ามีการเปลี่ยนต่างๆ ไปในทิศทางที่ดีหลายอย่าง ทำให้อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน ได้มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างน่าสนใจ
Samsung Galaxy Z Fold7
Samsung Galaxy Z Fold7 มอบประสบการณ์ระดับ “Premium” อย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ใหม่ที่บางสุดๆ และเบากว่ารุ่นก่อน ในครั้งนี้ Samsung โฟกัสอยู่ที่การลดขนาด Z Fold โดยกล่าวว่ามันเป็นสมาร์ทโฟนแบบพับ ที่บางและเบาที่สุด 8.9 มม. เมื่อพับ และ 4.2 มม. เมื่อกางออก น้ำหนักเพียง 215 กรัม



หน้าจอด้านนอก Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.5 นิ้ว , 2376 × 968 พิกเซล Refresh Rate 120 Hz แบบ Adaptive (1 – 120 Hz) อัตราส่วน Screen Ratio 21 : 9 มาพร้อมกระจกกันรอย Gorilla Glass Victus 2.0 ส่วนหน้าจอพับด้านในแบบ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 8.0 นิ้ว QXGA+ (2160 × 1856 พิกเซล) Refresh Rate 120 Hz แบบ Adaptive (1 – 120 Hz) รองรับ HDR10+ มาพร้อมกระจก Ultra Thin Glass 2.0 (UTG) ซึ่งถือว่าใหญ่สุดแล้วที่ทาง Samsung เคยทำมา


มาพร้อมกับกล้อง 200MP (คล้ายกับรุ่น S25 Ultra และ Z Fold Special) กล้องเทเลโฟโต้ 10MP (3X Zoom) และกล้องอัลตร้าไวด์ 12MP กล้องเซลฟี่สองตัวจะเป็น 10MP บนจอแสดงผลและกล้อง 10MP ใต้จอแสดงผลด้านใน กล้องหลักนั้นรองรับการถ่ายวิดีโอได้สูงสุดถึง 8K@30fps และ 4K@60fps
ชิปเซ็ตเป็น Snapdragon 8 Elite ตามคาด มาพร้อมกับ RAM 12GB/16GB และจะมี ROM 256GB, 512GB และ 1TB ให้เลือก รองรับ 5G Dual mode มาพร้อม WiFi 7 / Bluetooth 5.4 / NFC และ Stereo Speaker สองลำโพง มาพร้อม Android 15 และ One UI 8.0 รองรับ Galaxy AI พร้อมฟีเจอร์ Now Brief
มาพร้อมกับแบตความจุ 4,400mAh ชาร์จไว 25 Watt ชาร์จไร้สาย 15 Watt เช่นเดียวกับรุ่นก่อน เล่นวิดีโอได้นาน 40 ชั่วโมง 28 นาที ในการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งนานกว่า S25 Edge เล็กน้อย แบตเตอรี่จะชาร์จได้ 2,000 รอบก่อนที่จะลดลงเหลือ 80% ของความจุเดิม และมีระดับการกันฝุ่นและน้ํา IP48


Samsung Galaxy Z Fold7 จะวางจําหน่ายในสามสี ได้แก่ Blue Shadow, Silver Shadow และ Jet Black รวมถึงสีพิเศษ สี Mint เพิ่มเติมที่จะขายผ่านเว็บของ Samsung.com เท่านั้น


ราคาเปิดตัวสำหรับ Galaxy Z Fold 7
รุ่น 12/256 GB ราคา 67,900 บาท
รุ่น 12/512 GB ราคา 72,900 บาท
รุ่น 16/1TB ราคา 85,900 บาท

Samsung Galaxy Z Flip7 และ Z Flip7 FE

Samsung Galaxy Z Flip7 มาพร้อมกับจอด้านนอกที่ใหญ่ขึ้นเต็มพื้นที่ ขนาด 4.1 นิ้ว AMOLED รีเฟรช 120Hz มาพร้อมกระจกกันรอย Gorilla Glass Victus2 โดยเครื่องจะบางกว่าเดิม มีขนาด 13.7 มม. เมื่อพับและ 6.5 มม. เมื่อกางออกด้วยน้ําหนัก 188 กรัม สำหรับจอด้านในมีขนาด 6.9 นิ้ว แบบ Dynamic Flexible AMOLED ด้วยความละเอียดจอแบบ Full HD+ (2640 × 1080 พิกเซล) อัตรา Refresh Rate 120Hz แบบ Adaptive HDR10+ มากับ Ultra Thin Glass 2.0 (UTG) ความสว่างสูงสุด 2600nits


มากับชิปใหม่ Samsung Exynos 2500 พร้อมกับ RAM : 12GB ชนิด LPDDR5x ROM : 256 GB/512 GB ชนิด UFS 4.1 รองรับ 5G Dual Mode ยังรองรับ WiFi 7 / Bluetooth 5.4 / NFC และมาพร้อมกับ Android 15 + One UI 8.0 รองรับ Galaxy AI พร้อมฟีเจอร์ Now Brief
กล้องหลัง 2 ตัว Wide 50 MP f/1.8 + Ultra Wide 12 MP f/2.2 รองรับ OIS และ Next Gen ProVisual Engine กล้อง Selfie ความละเอียด 10 MP f/2.2 มีระบบสแกนใบหน้า และรองรับระบบสแกนนิ้วมือที่ปุ่ม Power


Z Flip7 จะมีแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นเป็น 4,300mAh ชมวิดีโอได้ต่อเนื่อง 31 ชั่วโมง ชาร์จไว 25 Watt, ไร้สาย 15 Watt รองรับการกันน้ำกันฝุ่น IP48
Z Flip7 จะวางจําหน่ายใน Jet Black, Blue Shadow และ Coral Red และยังมีสีพิเศษ สี Mint ซึ่งจะวางจำหน่ายเฉพาะทาง Samsung.com เท่านั้น


ราคาเปิดตัวมาที่
รุ่น 12/256 GB ราคา 40,900 บาท
รุ่น 12/512 GB ราคา 45,900 บาท

ส่วนรุ่นน้องเล็ก Galaxy Z Flip 7FE
หน้าตาจะออกไปทรงเหมือน Galaxy Z Flip6 ทั้งหน้าจอด้านใน 6.7” และด้านนอก 3.4” มาพรัอมกับ Chipset Samsung Exynos 2400 และ RAM เพียง 8GB ส่วน ROM ก็มีสองความจุ คือ 128GB และ 256GB (ของ Galaxy Z Flip6 ใช้ Snapdragon 8 Gen3 และ RAM 12GB) รองรับ 5G Dual Mode เช่นกัน โดยมาพร้อมกับกล้องตัวเดิม 50MP + 12MP ส่วนกล้องด้านในก็ 10MP เช่นกันครับ แบตฯ 4,000 mAh ชาร์จไว 25 Watt, ไร้สาย 15 Watt มีให้เลือกเพียงสองสี ขาว และ ดำ

ราคาเปิดตัวมาที่
8/128 GB ราคา
8/256 GB ราคา
จำหน่ายเฉพาะช่องทาง Online เท่านั้นนะครับ
Samsung Galaxy Watch8, Watch8 Classic และ Watch Ultra (2025)
Samsung เปิดตัวการออกแบบ “squircle” สําหรับ Galaxy Watch Ultra ดั้งเดิม และตอนนี้ตระกูล Watch8 ทั้งหมดพร้อมที่จะนํามาใช้ นี่คือการแสดงผลของสามรุ่นที่กําลังจะมาถึง: Galaxy Watch8, Watch8 Classic และ Watch Ultra (2025)

อย่างที่คุณเห็นจากการเรนเดอร์ Ultra มีขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ (ล้อมรอบหน้าจอขนาด 1.5 นิ้ว) และเม็ดมะยมด้วย ส่วนรุ่น Watch8 มีปุ่มด้านข้างเพียงสองปุ่มเท่านั้น รุ่น Ultra ยังมีเม็ดมะยม ทั้งสามรุ่นคาดว่าจะใช้ Exynos W1000 จากปีที่แล้ว โดยรุ่น Watch 8 จะมีแต่รุ่น Bluetooth โดยมาด้วยขนาด 40 มม. และ 44 มม. ส่วน Watch 8 Classic มาในรุ่น Bluetooth และรุ่น Cellular 4G ให้เลือก บนขนาดหน้าจอ 46 มม. ในขณะที่ Watch Ultra (2025) มีแต่รุ่น 4G เท่านั้น ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่กําลังจะมาถึงอุปกรณ์สวมใส่ของ Samsung เช่นกัน One UI 8 Watch มันจะมุ่งเน้นไปที่สุขภาพด้วยสิ่งต่าง ๆ เช่น คําแนะนําก่อนนอน ภาระของหลอดเลือดและคุณสมบัติการวัดสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย รวมถึงมีผู้ช่วยเป็นโค้ชวิ่งขั้นสูงสำหรับการฝึกวิ่งมาราธอนกันเลย







Galaxy Watch8 จะมีแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน Watch8 และ Watch8 Classic จะรองรับการชาร์จ 10 วัตต์ มาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล 64GB เช่นเดียวกับ Galaxy Ultra (2025)

ราคาเปิดตัวก็ตามภาพนี้เลย








